เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย เป็นเพลงประจำชาติไทยที่แสดงถึงความเป็นและความเป็นปึกแผ่นของชาวไทยทั้งมวล และเป็นเพลงที่ได้รับการปลูกฝังตั้งแต่เข้าสถานศึกษา เพลงชาติไทยใช้เมื่อการแสดงถึงสัญลักษณ์ของชาติไทย ที่ใช้กันทั่วไปนอกจากที่เราเคารพธงชาติ เวลา 08.00 น และ 18.00 น นั้นคือ เนื่องในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ เกือบทุกชนิดกีฬา ที่เราจะได้ยิน

เพลงชาติไทย
ยืนตรงเคารพธงชาติเมื่อเพลงชาติไทยบรรเลงขึ้น

ธงชาติและเพลงชาติไทย

ซึ่งเป็นของคู่กันทุกครั้งเพลงชาติไทขึ้นบ่งบอกคือ ธงชาติมาแน่ นี่ละคือเสน่ห์ของเพลงชาติไทยที่คือการยืนตรง ชาติไหนๆมาไทย เจอเหตุการณ์คนไทยยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติไทย ต่างชาติจะงง แต่เขาก็จะยืนตาม มันเหมือนมนต์เสน่ห์ที่หาประเทศใดในโกไม่มี

เรามาดูเนื้อเพลงชาติไทย

เนื้อเพลงชาติไทย
เนื้อเพลงชาติไทย

 

วีดีโอเพลงชาติไทย

เราคนไทย ทุกคนต้องสามารถร้องเพลงชาติได้ และเราก็คงได้เห็นเนื้อเพลงชาติและวีดีโอเพลงชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปเราจะมาทำความรู้จักกับเพลงชาติของประเทศต่างๆ

เราๆท่านรู้ไหมว่าเพลงชาติของประเทศไหนที่ยาวที่สุดในโลก? อ้าวเฉลยให้ก็ได้เพลงชาติที่ยาวที่สุดในโลกซึ่งยาวถึง 05.11.98นาที เป็นเพลงชาติของประเทศเอลซัลวาดอร์ 

ส่วนเพลงชาติที่สั้นที่สุดในโลกละก็ต้องยกให้เขาเลย เมืองแห่งซากุระ นั้นคือเพลงชาติประเทศญี่ปุ่น ดังเนื้อหาเพลงชาติดังนี้

kimi ga yo wa
chiyo ni yachiyo ni
sazara ishi no
iwao to nari te
koke no musu made

หลายๆคนก็จะได้รู้แล้วว่าเพลงชาติที่ยาวที่สุดและเพลงชาติที่สั้นที่สุดในโลกเป็นของชาติไหนบ้างต่อไปเราจะมาทำความรู้จัก

เพลงชาติที่ทำนองบรรเลงเพราะที่สุดในโลก

โดยการจัดการโหวตจาก the world debating

1 Union of Soviet Socialist Republics

2 Republic of South Africa

3 French Republic

4 United States of America

5 United Kingdom of Great Britain and Northern Ireland

6 Republic of Serbia

7 State of Israel

8 Federal Republic of Germany

9 People’s Republic of China

10 Federative Republic of Brazil

ในเมื่อมีเพลงชาติที่เพราะที่สุดในโลก แล้วเราก็มาทำความรู้จักเพลงชาติที่โหดร้าย รุนแรงและน่ากลัวที่สุดในโลกอีกเช่นกัน

เพลงชาติที่เนื้อหาน่ากลัวรุนแรงที่สุดในโลก

เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลก 5 อันดับแรกของโลก หลายคนคงนึกถึงประเทศที่ซ้ายจัด พวกสงครามกลางเมือง คอมมิวนิส กันแนน่นอน แต่หารู้ไม่ ว่า ทุกเพลงถูกกลั่นกรองขึ้นมาจากความจริงก่อนและการต่อสู้เอกราชกว่าจะมาเป็นชาติจึงได้เกิดแรงบันดาลให้เนื้อเพลงรุนแรง ก้าวร้าน หดหู่ น่ากลัว ไปตามๆกัน

อันดับแรกของเพลงที่น่ากลัวที่สุดในโลกได้แก่

เพลงชาติเวียดนาม
เพลงชาติเวียดนาม

“Tien Quan Ca” แปลเป็นไทยคือ “มาร์ชทหารเวียดนาม” เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ประพันธ์โดย เหงียน วัน คาวและใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามใน พ.ศ. 2488 และนำมาใช้เป็นเพลงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากการรวมประเทศในปี พ.ศ. 2519 โดยมีสองท่อน แต่ส่วนใหญ่จะร้องเฉพาะบท และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (เฉพาะท่อนแรก)

“ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า ! ด้วยใจเด็ดเดี่ยวในการพิทักษ์มาตุภูมิ เสียงฝีเท้าที่เร่งเร้าของเราดังก้องทั่วท้องถนนอันยาวไกลและทุรกันดาร จิตวิญญาณของชาตินั้นสถิตในธงแดง อาบเลือดแห่งชัยชนะ เสียงปืนกระหน่ำอันยาวนานสอดประสานไปกับเสียงเพลงเดินทัพ หนทางสู่ความรุ่งเรืองของเราทอดทับบนซากศพของเหล่าศัตรู มาฝ่าฟันความทุกข์ยากนานัปประการ แล้วร่วมสร้างที่มั่นต้านข้าศึกกัน จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์”

“ทหารเวียดนามทั้งหลาย รุกไปข้างหน้า! ธงดาวทองโบกสะบัดพลิ้ว นำปวงชนพ้นจาก ความทุกข์ยากลำเค็ญ เรามาร่วมมุมานะต่อสู้เพื่อสร้างชีวิตใหม่ จงลุกขึ้นสู้และทำลายโซ่ตรวนทิ้ง เพราะเราต้องกล้ำกลืนฝืนทนต่อความเคียดแค้นชิงชังมานานพอแล้ว จงเตรียมพร้อมต่อการเสียสละทุกสิ่ง เพื่อชีวิตอันรุ่งโรจน์ในภายหน้า จงสู้เพื่อจุดมุ่งหมายของผองชนอย่างไม่ลดละ เร่งเข้าสู่สมรภูมิกันเถอะ ! รุกไปข้างหน้า ! ทุกคนรุกไปข้างหน้า ! เวียดนามของเรานั้นอยู่ยืนยงชั่วกัปกัลป์”

เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลกอันดับสองได้แก่

เพลงชาติฝรั่งเศษ
เพลงชาติฝรั่งเศษ

 

ลามาร์แซแยส (La Marseillaise แปลตามตัวว่า เพลงแห่งเมืองมาร์เซย์) เป็นชื่อของเพลงชาติสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ประพันธ์คำร้องและทำนองโดย โคลด โจเซฟ รูเชต์ เดอ ลิสล์ (Claude – Joseph Rouget)

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 1792 ที่เมืองสตราสบูร์ก ในแคว้นอัลซาส เดิมเพลงนี้มีชื่อว่า “Chant de guerre de l’Armée du Rhin” (แปลว่า “เพลงมาร์ชกองทัพลุ่มน้ำไรน์”) เดอลิสล์ได้อุทิศเพลงนี้ให้แก่นายทหารชาวแคว้นบาวาเรีย (อยู่ในประเทศเยอรมนีในปัจจุบัน) ซึ่งเกิดในประเทศฝรั่งเศสผู้หนึ่ง คือจอมพลนิโคลาส ลัคเนอร์ (Nicolas Luckner) เมื่อกองทหารจากเมืองมาร์เซย์ได้ขับร้องเพลงนี้ขณะเดินแถวทหารเข้ามายังกรุงปารีส ทำให้เพลงนี้เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป และกลายเป็นเพลงปลุกใจในการร่วมปฏิวัติฝรั่งเศส ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเพลงลามาร์แซแยสดังปรากฏอยู่ในปัจจุบันด้วย

สมัชชาแห่งชาติฝรั่งเศสได้ออกประกาศรับรองให้เพลงลามาร์แซแยสเป็นเพลงชาติฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2338 ต่อมาเพลงนี้ได้ถูกงดใช้ในช่วงรัชสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และพระเจ้าหลุยส์ที่ 18 และมีการนำเพลงอื่นมาใช้เป็นเพลงชาติฝรั่งเศสแทนในระยเวลาดังกล่าวแทน หลังการปฏิวัติในปี พ.ศ. 2373 เพลงนี้ก็ได้กลับมาใช้เป็นเพลงชาติในระยะสั้นๆ แต่ก็งดใช้อีกครั้งในสมัยของจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 ตราบจนกระทั่งฝรั่งเศสเข้าสู่สมัยสาธารณรัฐที่ 3 เพลงนี้จึงได้รับการรับรองให้เป็นเพลงชาติอย่างถาวรเมื่อ พ.ศ. 2422

และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ (ปล เขาบอกว่ามันคล้ายเพลงไทยอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าทำนอง หรือคำแปล)

“Do you hear in the countryside, the roar of these savage soldiers, they come right into our arms, to cut the throats of your sons!” ทหารร้ายใจโจรตะโกนร้อง คำรามก้องในท้องทุ่งได้ยินไหม มันราญรุกบุกบ้านเพื่อเอาชัย ลูกเมียเรามันเชือดได้ให้ตายตาม”

” Amour sacré de la patrie, Conduis, soutiens nos bras vengeurs ! Liberté, liberté chérie,Combats avec les défenseurs ! (bis)Sous nos drapeaux, que la victoireAccoure à tes males accents !Que les ennemis expirantsVoient ton triomphe et notre gloire !!” (ภาษาฝรั่งเศส) “เตรียมศาสตราอาวุธเร็วพี่น้อง รวมพลังเป็นหมู่กองให้เกรงขาม แล้วตบเท้าก้าวสู่แดนสงคราม ให้เลือดชั่วสาดตามรอยไถนา”

Nous entrerons dans la carrière Quand nos aînés j’y seront plus ;Nous y trouverons leur poussière Et la trace de leurs vertus. (bis) Bien moins jaloux de leur survivre Que de partager leur cerceuil, Nous aurons le sublime orgueil De les venger ou de les suivre ! (ภาษาฝรั่งเศส) ความภูมิใจที่ได้รอดปลอดภัยอยู่ หรือจะสู้ได้ร่วมโลงเมื่อเป็นผี ได้แก้แค้น ได้ตายตาม เพื่อนโยธี คือศักดิ์ศรีทะนงไว้ในใจเรา

เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลกอันดับ 3 ได้แก่

เพลงชาติตุรกี
เพลงชาติตุรกี

“stiklal Mar”แปลว่า อิสรภาพ เขียนโดย Osman Zeki Üngör ใช้อย่างเป็นทางการทางการ 12 มีนาคม 1921 เป็นเพลงกระตุ้นสำหรับการต่อสู้ในสงครามของตุรกีเพื่อรับอิสรภาพและเป็นเพลงสดุดีกล้าหาญสำหรับสาธารณรัฐที่ตั้งขึ้นด้วย ความรักอิสรภาพ, ศรัทธา, บรรลุผล, ความหวัง และการอุทิศตัวให้สูงศักดิ์ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ตุรกีต้องเผชิญการรุกรานของยุโรปและการดูถูกดูแคลน ดังนั้นพวกเขาจึงได้ใส่เรื่องราวเหล่านั้นเขาไปในเพลงชาติ ที่แสดงให้เห็นว่าใครมาแหยมประเทศอั๊วมันต้องตาย และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

” I’ m like the roaring flood; powerful and independent, I’ ll tear apart mountains, exceed the heavens and still gush out! “ฉันเหมือนน้ำท่วม ที่มีเสียงคำราม ทรงพลัง และอิสระ ฉันจะฉีกภูเขาอย่างละส่วน กินท้องฟ้า และทะลักออกมา!

” Render your chest as armor and your body as trench! ” “หน้าอกของฉันเป็นอาวุธ และร่างกายของคุณเป็นคู!”

“For only then, shall my fatigued tombstone, if there is one, prostrate a thousand times in ecstasy, and tears of fiery blood shall flow out of my every wound” สำหรับเวลาต่อมา ที่ศิลาหน้าหลุมฝังศพของฉัน ถ้ามีสิ่งหนึ่งนอนคว่ำพันเวลาในความปีติยินดีอย่างเหลือล้น และน้ำตาและเลือดซึ่งลุกเป็นไฟได้ไหลออกมาจากทุกบาดแผลของฉัน และร่างกายไม่มีชีวิตของฉันได้หายไปจากโลกเสมือนจิตใจเป็นสิ่งที่ชั่วนิรันดร”

เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลกอันดับที่4 ได้แก่

เพลงชาติฮังการี่
เพลงชาติฮังการี่

แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

“No freedom’s flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed.”ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า

เพลงชาติที่น่ากลัวที่สุดในโลกอันดับที่5 ได้แก่

เพลงชาติอิตาลี่
เพลงชาติอิตาลี่

แต่งโดย Kölcsey Ferenc ประเทศฮังการีนี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของ จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีประวัติอย่างยาวนานมาตั้งแต่ในตอนศตวรรษที่ 9 และกล่าวจะมาเป็นประเทศ ฮังการีผ่านร้อนผ่านหวามมาเยอะเลยหล่ะ ทำสงครามโลก สงครามเย็น สงครามกลางเมืองที่แสนโหดร้าย ผู้บริสุทธิ์ถูกยิงไม่เว้นวัน เพลงสดุดีนี้ถูกแต่งขึ้นเพื่อให้พลเมืองของประเทศทั้งหลายจับอาวุธขึ้น ต่อสู้ต่อต้านการกดขี่, ละเมิด, หรืออะไรก็ตามที่เป็นภัยคุกคาม และเพลง Himnusz มันเหนือกว่านั้น!! และนี้คือเนื้อร้องคร่าวๆ

“No freedom’s flowers return, from the spilt blood of the dead, and the tears of slavery burn, which the eyes of orphans shed.”ไม่มีดอกไม่แห่งเสรีภาพหวนคืนมา จากเลือดที่สาดกระเด็นของเหล่าวายชน และหยาดน้ำตากลายเป็นทาสจากการเผาไหม้ ความเคียดแค้นที่สุมอกที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาของเหล่าเด็กกำพร้า

เราก็ได้ทำการรับรู้เรื่องราวของเพลงชาติของแต่ละประเทศไปแล้ว ใครพอทราบไหมว่าประเทศใดในโลกไม่มีเพลงชาติ ของตัวเองบ้าง